บริการสักคิ้ว

สักคิ้ว สักปาก สักตอผม

บริการที่ TBC มี

1.สักคิ้ว ฝังสีคิ้ว ลบคิ้ว แก้คิ้ว ล้างสีคิ้ว

2.สักปาก ล้างสีปาก สักลานนม สักตา

3.สักหัว สักไรผม แก้ผมบางศีรษะล้าน (SMP, Scalp Painting)

4.SMR รักษารอยแตกลาย ลบรอยแตกลาย

5. BB Glow บีบีโกลว์ 

6.ต่อขนตา ต่อขนตา LED

สวยได้มาตรฐาน ทักปรึกษาได้เลยค่า

ขอดูรีวิว/สอบถามราคา

คุณมีปัญหาเหล่านี้หรือไม่?

เขียนคิ้วไม่เท่ากัน คิ้วบาง คิ้วแหว่ง ขนคิ้วไม่ได้รูป คิ้วตก ทะเลาะกับคิ้วทุกเช้า
อยากสักคิ้วแต่ก็กลัวเจ็บ กลัวไม่สะอาด กลัวออกมาไม่ดี กลัวคิ้วพัง กลัวเป็นปลิง กลัวๆๆๆๆ
ปรึกษาเราค่ะ TBC คือผู้เชี่ยวชาญด้านการสัก การฝังสี ทุกเทคนิค

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

      

ทักปรึกษา/สอบถามราคา

สักคิ้วมีกี่แบบ? สักคิ้วมีกี่ประเภท?  สักคิ้วเจ็บมั้ย?  สักคิ้วดีมั้ย?

หากคุณมีคำถามเหล่านี้ เสียเวลาอ่านสักครู่เพื่อทำความเข้าใจ และเพื่อเป็นประโยชน์แก่การเลือกร้านให้บริการสักคิ้วค่ะ

           ศิลปะการตกแต่งคิ้วนับศาสตร์ความงามที่เป็นวิวัฒนาการก้าวใหม่ด้านเสริมความงาม โดยการสักคิ้วหรือการเขียนคิ้วถาวร เป็นการฝังสีลงผิวหนังบริเวณคิ้วโดยสีเกิดการฝังตัวที่ชั้นหนังแท้ (Dermis) เกิดเป็นโครงคิ้ว ทำให้ไม่ต้องเขียนใหม่ทุกวันหรือทุกครั้งที่ล้างหน้า นำมาซึ่งความสะดวกสบายและประหยัดเวลา อีกทั้งยังส่งเสริมความมั่นใจและบุคลิกภาพให้แก่ผู้รับบริการทั้งชายและหญิง ส่งผลให้การสักคิ้วหรือการฝังสีคิ้วนั้นได้รับความนิยมค่อนข้างมากในปัจจุบัน

จากสักษณะการสัก ความลึกในการสัก และสีที่ใช้ในการสัก สามารถแบ่งการสักคิ้วแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้

1.การสักคิ้วแบบถาวร (Permanent Makeup)

         การสักคิ้วแบบถาวร เป็นการสักคิ้วในยุคแรกที่มีการพัฒนาการสักมาจากการสักตัว โดยจะมีการฝังสีที่ชั้นหนังแท้ที่ลึก และเน้นสีที่มีความชัดเจน ทำให้คิ้วที่ได้จะมีความคงทนถาวร 15-20ปี ประกอบกับสีที่ใช้ในการสักจะเป็นสีที่มีอนุภาคขนาดใหญ่ เช่น สีสักตัว สีโลหะหนัก เป็นต้น ซึ่งการที่อนุภาคสีมีขนาดที่ใหญ่ทำให้ไม่สามารถสักคิ้วให้เป็นเส้นหรือลอกเลียนแนวขนจริงได้ การสักแบบนี้จึงสามารถสักได้แค่การสักแบบทึบหรือการสักลอกเลียนการเขียนคิ้วเท่านั้น ในระยะยาวที่สีมีการเปลี่ยน หรือเพี้ยน อาจเกิดลักษณะสีคิ้วเขียว เทา หรือม่วงได้ และเมื่อวันเวลาผ่านไป กล้ามเนื้อบนใบหน้า รวมไปถึงรูปหน้ามีการเปลี่ยนต่ำแหน่งหรือหย่อนคล้อยทำให้คิ้้วตกหรือผิดรูปไปจากเดิมได้ เนื่องจากสีที่อยู่ได้นานเกินไปหากจะลบหรือแก้ไขสามารถทำได้แต่จะยากกว่าการสักคิ้วกึ่งถาวร (Semipermanent Makeup)

ภาพชั้นผิวหนัง ขอบคุณที่มาจาก stanfordchildrens

2.การสักคิ้วกึ่งถาวร (Semipermanent Makeup)

        การสักคิ้วกึ่งถาวร เป็นการสักคิ้วรูปแบบใหม่ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน อันเนื่องมาจากการฝังสีลงบนผิวหนังชั้นตื้นขึ้น ทำให้ผู้เข้ารับบริการรู้สึกเจ็บน้อยกว่าการสักคิ้วแบบถาวร โดยมีการฝังสีคิ้วลงในผิวเพียงชั้นบน ๆ ของชั้นหนังแท้(Upper Dermis)  เท่านั้น อีกทั้งอนุภาคสีที่ใช้มีขนาดเล็กลง คือ สีนาโน(Nano Pigment) หรือ สีไมโคร (Micro Pigment) การสักรูปแบบนี้จึงทำให้สามารถสักได้ทั้งแบบเส้นคือลอกเบียนเส้นขนคิ้ว และ แบบทึบคือลอกเลียนการเขียนคิ้ว และด้วยสีที่อนุภาคเล็กและมีการฝังสีที่ตื้นขึ้นจึงทำให้สีที่ฝังลงบนผิวหนังบริเวณคิ้วจะอยู่เพียง 1-3 ปี ซึ่งสามารถลบแก้ไขได้ง่ายหากกล้ามเนื้อบนใบหน้าเปลี่ยนแปลงไป หรือมีความหย่อนคล้อย รวมไปถึงหากมีเทคนิคใหม่ๆ ที่ผู้ใช้บริการต้องการเปลี่ยนรูปแบบคิ้วหรือเทคนิคก็สามารถทำได้โดยง่าย รวมไปถึงเคสแก้ไขคิ้วที่ผิดรูปก็สามารถลบแก้ไขได้ง่ายกว่าการสักคิ้วถาวรอีกด้วย

      หากจะสักคิ้ว คิ้วแบบไหนหล่ะที่เหมาะกับเราและการสักคิ้วมีกี่แบบกันนะ 

      คิ้วสไลด์ คิ้วฝุ่น คิ้วซูจี คิ้วดอท คิ้ว3มิติ คิ้ว6มิติ เพ้นท์คิ้ว ฝังสีคิ้ว คิ้วแฮร์สโตก คิ้วออมเบร คิ้วผสม คิ้วดูโอ คิ้วไฮรบริต ฯลฯ

      หากเรากำลังสนใจสักคิ้วและหาข้อมูลจะพบว่าการสักคิ้วนั้นดูเยอะแยะมากมายจนบางครั้งช่างเองยังถึงกับงง ว่าแท้จริงแล้วคิ้วมีกี่แบบเยอะแยะไปหมด วันนี้อาจารย์จะมาไขข้อข้องใจให้ทุกท่านกันค่ะ

      แท้จริงแล้วการสักคิ้วมี 3 แบบเท่านั้น

      การสักคิ้วแบบที่1 : การสักคิ้วแบบเส้น(Stroke Eyebrow) หรือการสักคิ้วเพื่อลอกเลียนเส้นขนคิ้ว 

      การสักคิ้วแบบที่2 : การสักคิ้วแบบทึบ (Shading Eyebrow) หรือการสักคิ้วเพื่อลอกเลียนการเขียนคิ้ว

      การสักคิ้วแบบที่3 : การสักคิ้วแบบผสม (Hybrid or Combination Eyebrow) คือ การนำแบบที่1(ลายเส้น) มาผสมกับการสักคิ้วแบบที่2(ทึบ) โดยมักทำบริเวณหัวคิ้วไปจนถึงกลางตัวเป็นลายเส้น และบริเวณหางคิ้วเป็นแบบทึบ

     เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้นอาจารย์ขออนุญาตยกตัวอย่างและภาพประกอบดังนี้ค่ะ

     การสักคิ้วแบบที่1 : การสักคิ้วแบบเส้น หรือการสักคิ้วเพื่อลอกเลียนเส้นขนคิ้ว เป็นนวัตกรรมที่มีการคิดค้นมาภายหลังจากที่มีการสักคิ้วถาวรและแบบทึบ ข้อดีของการสักคิ้วแบบลอกเลียนเส้นขนคิ้วนั้น นำมาซึ่งความเป็นธรรมชาติเมื่อผู้เข้ารับบริการสักคิ้วทำไปแล้วให้ความรู้สึกธรรมชาติ แม้ไม่แต่งหน้าก็ดูเหมือนมีขนคิ้วและโครงคิ้วที่สดงาม หรือที่เราๆ ชอบพูดว่า "หน้าสดก็รอด" นั่นเอง และด้วยความเป็นธรรมชาตินี้ ทำให้กลุ่มลูกค้าคุณผู้ชายหันมาสนใจสักคิ้วผู้ชายเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากมีความเป็นธรรมชาติเสมือนมีขนคิ้วเยอะขึ้นแต่ก็ไม่ชัดเวอร์เหมือนกันสักทึบอย่างในสมัยก่อน เพราะปัญหาคิ้วน้อยคิ้วแหว่ง ทรงคิ้วไม่ได้รูป มิได้มีเฉพาะในคุณผู้หญิงเท่านั้นหากแต่คุณผู้ชายก็มีปัญหาเหล่านี้เช่นกัน

     คำถามถัดมาคือ แล้วเทคนิคไหนหล่ะที่เป็นการสักแบบที่1 (การสักคิ้วแบบเส้น หรือการสักคิ้วเพื่อลอกเลียนเส้นขนคิ้ว) บ้าง หลักๆ แล้วการสักเพื่อลอกเลียนลายเส้นขนคิ้วช่างสักคิ้วสามารถใช้เครื่องมือหลักได้ 2 อย่าง คือ ด้ามเพ้นท์และเครื่องสัก

    การสักคิ้วลายเส้นด้วยด้ามเพ้นท์(Embopen Method) : โดยการสักด้วยด้ามเพ้นท์ในประเทศไทยเดิมเรานิยมเรียกว่า การสักคิ้ว 3มิติลายเส้น การสักคิ้ว6มิตลายเส้น การเพ้นท์คิ้ว เป็นต้น ในต่างประเทศแถบยุโรปหรือสหรัฐอเมริกาจะเรียกการสักด้วยด้ามเพ้นท์แบบนี้ว่าไมโครเบลดดิ้ง (Microblading) ซึ่งข้อดีของเทคนิคนี้คือ ได้ลักษณะแผลที่เล็ก(ทั้งนี้ขึ้นกับความชำนาญของช่างแะลขนาดของใบมีดเพ้นท์ที่ใช้) สามารถลอกเลียนเส้นขนคิ้วของลูกค้าให้เรียงตัวเป็นเส้นและสร้างทรงคิ้วตามที่ลูกค้าต้องการได้ แต่มีข้อจำกัดคือ ไม่สามารถทำเส้นตัดขวางหรือไล่น้ำหนักเส้นเสมือนการวาดภาพ และเป็นแผลเปิดหลังสักผู้ใช้บริการต้องงดโดนน้ำ 7วัน

ภาพ การสักคิ้วด้วยด้ามเพ้นท์(Embopen Method) หรือ Microblading ที่มา: (TBC.Academy, 2565)

   การสักคิ้วลายเส้นด้วยเครื่องสัก (Stroke Machine Method) : เดิมมีการสักคิ้วลายเส้นด้วยเครื่องสักมาก่อนประมาณ10-15 ปีก่อนที่จะมีการสักคิ้วลายเส้นด้วยด้ามเพ้นท์ แต่ปัญหาที่พบในในการสักด้วยเครื่องสักเดิมคือ ได้เส้นที่มีขนาดใหญ่ เส้นไม่พริ้วสวย อีกทั้งหากสักในคนผิวมันเส้นที่ได้จะฟุ้งเบลอไม่เป็นเส้น จึงทำให้การสักด้วยด้ามเพ้นท์ได้รับความนิยมมากกว่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา  ต่อมาในปี 2562 ช่างสักคิ้วทั้งในและต่างประเทศได้หันกลับมาสนใจเทคนิคการสักคิ้วลายเส้นด้วยเครื่อง อันเนื่องมาจากอุปกรณ์และเทคโนโลยีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสีที่มีอนุภาคขนาดเล็ก(Micropigment) สารละลายที่ใช้และการยึดเกาะของสีที่ดีขึ้น รวมไปถึงเครื่องและเข็มที่มีความนิ่งและคม ส่งผลต่อการพัฒนาและคิดค้นเทคนิคใหม่ให้กับการสักคิ้ว ด้วยเทคนิคการสร้างลายเส้นด้วยเครื่อง(Hair Stroke Technique) จากช่างสักคิ้วระดับมาสเตอร์ในต่างประเทศ ส่งผลให้ช่างสักคิ้วและอาจารย์สักคิ้วในเมืองไทยสนใจและพัฒนางานของตนเองด้วยเทคนิคนี้มากขึ้นตามไปด้วย อันเนื่องมาจากลักษณะแผลที่ได้มีการเปิดผิวที่น้อย หรือ ที่เรียกว่าแผลปิดทำให้หลังสักผู้ใช้บริการสามารถโดนน้ำได้ทันที ซึ่งถูกใจลูกค้าหลายๆ ท่านที่ไม่มีเวลาพักฟื้นเป็นอย่างมาก ประการถัดมาคือด้วยข้อจำกัดของการใช้ใบมีดที่ไม่สามารถทำลายเส้นที่ไล่ระดับสีหรือไล่เส้นตัดขวางกันได้อย่างธรรมชาติ แต่การใช้เทคนิค (Hair Stroke Technique) นี้สามารถทำได้ จึงส่งผลให้เทคนิคนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน เพราะไม่ใช่แค่สักคิ้วแต่เป็นการสักคิ้วลายเส้นเสมือนจริง (Realistic Hair Stroke Eyebrow) หากแต่เทคนิคนี้ต้องใช้ความชำนาญเป็นอย่างมากผู้สนใจใช้บริการควรศึกษาให้ดีก่อนเข้ารับบริการค่ะ

 

โดย  : เพ็ญพราว กล้ายประยงค์ (ผู้อำนวยการสถาบัน TBC.Academy)

เมื่อ : 26เมษายน2565 (ปรับปรุงล่าสุด)

คำถามที่อาจารย์พบบ่อยมากๆ คือ

-สักคิ้วลึกแค่ไหน

-สักคิ้วถาวรหรือสักคิ้วอาม่าทำไมมันเขียว

-สักคิ้วสมัยนี้แตกต่างจากแบบเก่าๆ อย่างไร

-ฝังสีคิ้วคืออะไร เหมือนการสักคิ้วหรือไม่

มาค่ะอาจารย์แอมจะอธิบายให้ฟังกัน

ความแตกต่างระหว่างการสักคิ้วถาวร และ การสักคิ้วกึ่งถาวร (ฝังสีคิ้ว)

     ก่อนอื่นเลยเราต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการสักคิ้วคืออะไร การสักคิ้วคือ การใช้เข็มขนาดเล็กเปิดผิวเพื่อใส่สีสักคิ้วลงไปไม่ว่าจะเป็นการสักแบบลายเส้นหรือการสักแบบลอกเลียนการเขียนคิ้วหรือคิ้วฝุ่น คิ้วสไลด์นั่นเอง โดยการสักคิ้วถาวร และ การสักคิ้วกึ่งถาวร (ฝังสีคิ้ว) มีความแตกต่างกันดังนี้

     การสักคิ้วถาวร เป็นการสักโดยพัฒนามาจากการสักตัวโดยใช้เครื่องสักตัวและเข็มที่มีขนาดใหญ่ รวมไปถึงสีสักก็เป็นสีสักตัวซึ่งมีอนุภาคขนาดใหญ่ อีกทั้งเครื่องสักที่มีมอเตอร์ที่แรงทำให้มีการใส่สีลงไปที่ผิวค่อนข้างลึกแผลหลังการสักจะมีความช้ำ และมีโอกาสอักเสบได้หากผู้เข้ารับบริการดูแลแผลไม่ดี ทังนี้การสักมีความเจ็บกว่าในปัจจุบันค่อนข้างมาก หากใครเคยสักแบบถาวรมามักได้รับการเล่าขานกันว่าเจ็บมากๆๆๆๆ นอกจากนี้การใส่สีหรือฝังสีลงไปที่ชั้นผิวลึกๆ ด้วยอนุภาคขนาดใหญ่ส่งผลให้สีสามารถฝังอยู่ในผิวได้นาน 10-20ปี ปัญหาที่ตามมาคือเมื่อเวลาผ่านไปนานเข้าผิวหนังและกล้ามเนื้อบนใบหน้าของเรามักเปลี่ยนตำแหน่งเมื่อต้องการลบหรือสักทับรอยเดิมที่เป็นรอยสักคิ้วแบบถาวรจะแก้ไขได้ยากกว่าการสักกึ่งถาวรค่อนข้างมาก ทั้งการลบที่ค่อนข้างยากใช้เวลานานเนื่องจากเม็ดสีมีอนุภาคค่อนข้างใหญ่หากต้องลบด้วยเครื่องเลเซอร์ต้องลบหลายครั้งและเสี่ยงต่อการผิวแข็งหรือเป็นแผลเป็นได้ หรือหากลบด้วยน้ำยาลบคิ้วก็มีโอกาสที่จะเสี่ยงต่อการเป็นแผลเป็นเนื่องจากสีสักคิ้วถูกฝั้งอยู้ค่อนข้างลึก ทั้งหมดทั้งมวลนี้เป็นเหตุให้การสักคิ้วมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปมากเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เข้ารับบริการ แต่บางร้านก็ยังทำแบบเดิมๆ อย่างการสักคิ้วถาวรอยู่ผู้เข้ารับบริการควรศึกษาก่อนและสอบถามทางร้านเพื่อความสวยที่ถูกใจเรานะคะ

   การสักคิ้วกึ่งถาวรหรือการฝังสีคิ้ว เนื่องจากการสักคิ้วเดิมมีปัญหาและภาพจำที่ทำให้นึกถึงการสักที่เจ็บและดำเป็นปื้นๆ จึงมีร้านหรือช่างพยายามใช้คำศัพท์ใหม่ๆ เพื่อให้เห็นความแตกต่างว่าการสักคิ้วสมัยนี้ไม่เจ็บและไม่อันตราย เช่น ในยุคแรกจากคิ้วดำปื้นๆ แต่การสักได้มีการพัฒนาใช้สีสักคิ้วและไล่เฉดให้ดูเหมือนการเขียนคิ้วที่หัวจางหางเข้ม โดยเรียกว่าคิ้วสไลด์ แต่นวัตกรรมด้านความงามไม่เคยหยุดยั้งเกิดคิ้วลายเส้นขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มที่เน้นความเป็นธรรมชาติ จึงเกิดการสักคิ้วลายเส้น 3 มิติ การสักคิ้วลายเส้น 6 มิติ เกิดขึ้น และล่าสุดเพื่อให้การสักเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้นจึงเกิดเทคนิคใหม่ๆอย่าการสักคิ้วออมเบร (Ombre Eyebrow) ที่เบาและฟุ้งเหมือนคิ้วฝุ่น หรือกระทั่งการสักคิ้วแฮร์สโตก (Hair stroke eyebrow) ที่เป็นเทคนิคใหม่ช่วยให้สร้างลายเส้นให้กับคิ้วได้เสมือนจริงและแผลเล็กลงทำให้สามารถโดนน้ำได้ทันทีหลังทำเสร็จ ทั้งหมดนี้เรื่มมีการใช้สีเฉพาะทางและมีการพัฒนาอนุภาคสีให้มีความเล็กลง เข็มมีขนาดเล็กลงและฝังตื้นกว่าการสักคิ้วถาวร จึงมักเรียกกันว่าสักคิ้วกึ่งถาวร หรือ การฝังสีคิ้ว แต่ทั้งนี้ยังมีความเข้าใจผิดคลาดเคลื่อนอยู่บ้างในเรื่องชั้นผิว แม้การฝังสีคิ้วหรือการสักคิ้วสมัยใหม่จะมีการฝังไม่ลึกหรือแผลเล็กมาก แต่การฝังสียังคงต้องลึกถึงชั้นหนังแท้ (Dermis Layer) เพราะหากสักลงเพียงชั้นหนังกำพร้า (Epidermis Layer) แล้วนั้นสีที่ใช้สักจะอยู่เพียง 28-40 วัน เพราะชั้นหนังกำพร้าจะมีการผลัดเซลล์ผิวใหม่อยู่ตลอดเวลา แต่โดยส่วนใหญ่แล้วร้านสักสมัยนี้จะสักแล้วอยู่ 8-12 เดือนนั่นแสดงให้เห็นว่ามีการฝังสีที่ชั้นหนังแท้ (Dermis Layer) แต่ฝังตื้นๆ ในชั้นหนังแท้หรือที่เรียกว่าชั้น Upper Dermis นั่นเองค่ะ 

   รู้ขนาดนี้แล้วการสักไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอีกต่อไปเลยนะคะ เพราะนวัตกรรมและเทคโนโลยีมีความก้าวหน้าและพัฒนาไปอย่างมาก หากแต่ผู้บริโภคควรศึกษาและเลือกร้านที่ตรงสไตล์กับเราและมีการพัฒนาฝีมือและเทคนิคอยู่เสมอ อย่างสถาบัน TBC.Academy ของเรามีการอัพเดทเทคนิคและเน้นสไตล์ที่เป็นธรรมชาติเพื่อให้คุณเป็นคนที่สวยขึ้นและเสริมความเฮงปังให้สมดุลกับโหงวเฮ้งบนใบหน้าอีกด้วยค่ะ

โดย  : เพ็ญพราว กล้ายประยงค์ (ผู้อำนวยการสถาบัน TBC.Academy)

เมื่อ : 21มกราคม 2568(ปรับปรุงล่าสุด)